เกมปั้นหน้า

มาแล้วครับมาแล้ว “กีฬานี้คิดได้ไง” ขอเสนอเกมกีฬาชวนจี้เส้นที่ทำให้ผู้ชมหัวเราะท้องคัดท้องแข็งกันมาแล้วทั่วโลกจากประเทศอังกฤษ นั่นก็คือเกมที่มีชื่อว่า “เกมปั้นหน้า” ที่ผู้เข้าแข่งขันทั้งหลายจะต้องมุดหน้าเข้ามาในบ่วงคล้องคอม้าแล้วปั้นหน้าตัวเองให้ดูพิลึกพิลั่นในรูปแบบต่าง ๆ ตามแต่ใครจะมีความคิดสร้างสรรค์อย่างไร เกมปั้นหน้ามีกติกาง่าย ๆ ก็คือ ใครปั้นหน้าได้พิสดารที่สุดจะเป็นผู้ชนะของเกมนี้ไปครับ ซึ่งตามสถิติแล้ว ผู้ชนะมักจะเป็นคนแก่ที่ไม่มีฟันอยู่ในปากแม้แต่ซี่เดียว หรือมีฟันเหลือน้อยเพราะสามารถขยับขากรรไกรเพื่อปั้นหน้าให้หลากหลายกว่าคนหนุ่มสาวที่มีฟันครบทุกซี่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการดูดแก้มเข้าไปปากจนแก้มบุ๋ม การทำปากจู๋ขึ้นไปจนถึงจมูก หรือการปั้นหน้าเลียนแบบป็อบอาย ก็มีคนเคยทำกันมาแล้ว ติดอันดับบ้าง ไม่ติดอันดับบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าคู่แข่งในเวลานั้นมีความสามารถมากน้อยเพียงใด ผู้ที่ทำสถิติครองแชมป์ได้นานที่สุดถึง 16 สมัยได้แก่ ทอมมี่ แมททินสัน ที่ปัจจุบันกลายเป็นอดีตแชมป์ไปแล้วเพราะในที่สุดก็มีคนปั้นหน้าได้เจ๋งกว่า เนื่องจากเกมปั้นหน้า เป็นกีฬาที่สามารถสร้างความสุขให้กับผู้เข้าชมได้แบบไม่จำกัดเพศและวัย จึงเกมกีฬาที่มีอายุยาวนานมาเป็นร้อย ๆ ปีทีเดียว คุณอาจจะไม่เชื่อแต่ชาวอังกฤษเขาเล่นเกมนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1267 กันแล้วละครับ ซ้ำยังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายชนิดที่ว่าที่ไหนมีงานรื่นเริง เกมปั้นหน้า เป็นต้องถูกบรรจุลงในโปรแกรมการแข่งขันเพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากผู้เข้าชมทุกครั้งไป

แข่งดื่มวอดก้า

การแข่งขันดื่มของมึนเมานี่เป็นอะไรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้ดื่มฟรีชนิดไม่อั้นแล้วยังอาจได้รับรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยหากคุณเป็นผู้ชนะ การแข่งดื่มวอดก้าในประเทศรัสเซียก็เช่นกัน เนื่องจากวอดก้าของรัสเซียเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นของชั้นเลิศอย่างหนึ่ง ดังนั้นเกมกีฬาที่ช่วยส่งเสริมให้วอดก้าของตัวเองมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้นจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย เรียกว่าเป็นแผนการตลาดขั้นสูงที่งัดมาใช้ครั้งใดเป็นต้องได้ประโยชน์ทุกที กติกาการแข่งดื่มวอดก้าก็เหมือนกับการแข่งส่วนใหญ่ คือ ใครที่ดื่มวอดก้าได้มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ แน่นอนว่ามีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมการแข่งขันมากมาย บางคนก็ขอแค่ให้ได้เข้าไปดื่มของดีแบบฟรี ๆ โดยไม่หวังเป็นผู้ชนะก็มี แต่ก็มีนักดื่มจำนวนไม่น้อยที่หวังครองตำแหน่งแชมป์เปี้ยน จึงก้มตาก้มตาดื่มอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนเมาปลิ้นฟุบคาโต๊ะก็มี และแน่นอนว่าการดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายจำนวนมาก ๆ ในคราวเดียวนั้นย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกายผู้ดื่มไม่น้อยเลย จึงมีข่าวคราวหลุดรอดออกมาเป็นระยะว่ามีผู้เข้าร่วมการแข่งขันเสียชีวิตจากการดื่มวอดก้าเข้าไปจำนวนมาก ยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อปี ค.ศ. 2003 ที่ผู้เข้าแข่งขันรายหนึ่งถึงแก่ความตายภายใน 20 นาที หลังจากดื่มวอดก้าเข้าไปจำนวน 3/4 ลิตร ถึงแม้การแข่งดื่มวอดก้าจะมีความเสี่ยงสูง แต่ก็ยังมีการจัดการแข่งขันอยู่เนือง ๆ ไม่เฉพาะที่รัสเซียเท่านั้น หากยังลามไปทั่วโลกเลยทีเดียว เรียกว่า ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา กันละครับงานนี้

แข่งวิ่งแมลงสาป

อย่าเพิ่งเบือนหน้าหนีครับคุณผู้อ่านที่รัก “กีฬานี้คิดได้ไง” ขอส่งท้ายกันด้วยเกมกีฬาสุดแปลกและน่าขยะแขยงสำหรับใครหลายคนด้วย “การแข่งวิ่งแมลงสาป” อีกหนึ่งเกมจากบ่อนพนันอันลือลั่นและได้รับความนิยมกันทั่วโลกก่อนนะครับ ต้นกำเนิดของการแข่งวิ่งแมลงสาปมาจากประเทศออสเตรเลีย โดยเริ่มทำการแข่งขันเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1982 ณ เมืองบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ แมลงสาปตัวแรกที่คว้าตำแหน่งแชมป์เปี้ยนไปครองมีชื่อว่า ซอฟท์ค็อกกี้ รายได้ทั้งหมดที่ได้รับมาจากการจัดงานแข่งขันนี้มอบให้แก่การกุศลทั้งหมด โดยมีกติกาการแข่งขันอยู่ว่า ผู้เข้าแข่งขันจะต้องจ่ายค่าสมัครและนำแมลงสาปมาเอง จะนำมาจากบ้านหรือจะมาซื้อหาเอาในงานก็ได้ไม่ว่ากัน เมื่อถึงเวลาแข่งก็จะนำแมลงสาปไปวางในกรงที่ตั้งอยู่กลางเวทีขนาด 6 เมตร หรือ 20 ฟุต ที่เตรียมไว้แล้ว เมื่อกรรมการสั่งเริ่มการแข่งขัน ประตูกรงจะถูกยกขึ้นเพื่อปล่อยแมลงสาปออกมา จุดประสงค์คือให้เจ้าปีเตอร์ทั้งหลายวิ่งเข้าหาขอบสนาม แมลงสาปของใครวิ่งได้ว่องไวที่สุดจนมาถึงเส้นชัยก่อน 3 ตัวแรกก็คว้าตำแหน่งผู้ชนะลำดับที่ 1, 2 และ 3 ไปครองได้เลย แต่ถ้าแมลงสาปตัวไหนเกิดขี้เกียจวิ่งขึ้นมาและใช้วิธีบินแทนเมื่อไหร่ละก็ มันจะถูกปรับแพ้ทันที การแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 14 รอบ เริ่มตั้งแต่ 12.00 – 16.30 น. ทั้งนี้ นอกจากการแข่งวิ่งแมลงสาปแล้วยังมีการประกวดชุดแฟนตาซีชนิดทีมและประกวดนางงามแมลงสาปอีกด้วย โดยมีเงินรางวัลจำนวนหนึ่งมอบสำหรับผู้ชนะ

แข่งร้องไห้

นานกว่า 400 ปีมาแล้วที่เกาะญี่ปุ่นเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ของบรรดาทารกผู้ไร้เดียงสา ขอออกตัวไว้ก่อนนะครับว่ากระผมไม่ได้พาคุณผู้อ่านออกนอกเส้นทางมาสู่เรื่องดราม่าอะไรทั้งสิ้น เรายังคงอยู่กับ “กีฬานี้คิดได้ไง” กันอย่างแน่นอน เพราะการแข่งขันในวันนี้ก็คือ การแข่งกันทำให้ทารกร้องไห้! ด้วยความเชื่อของชาวญี่ปุ่นที่ว่า “การที่เด็กทารกร้องไห้เสียงดังจะทำให้วิญญาณชั่วร้ายไม่กล้าเข้าใกล้ ทำให้เด็กมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง” การแข่งขันชนิดนี้จึงบังเกิดขึ้นสู่สายตาชาวโลก โดยการนำเด็กทารกอายุตั้งแต่ 6 – 18 เดือนจำนวนร้อยกว่าคนมารวมตัวกันที่ลานวัดอันเป็นสถานที่จัดงาน จากนั้นก็มอบหน้าที่ในการลงมือกลั่นแกล้งเบบี๋ทั้งหลายให้ร้องไห้แก่ซูโม่ร่างบึกจัดการชนิดตัวต่อตัวกันเลยทีเดียว เด็กคนไหนร้องได้ดังและนานที่สุดจะเป็นผู้ชนะการแข่งขันในครั้งนี้ แต่กติกาในแต่ละท้องที่นั้นก็อาจมีการปรับเปลี่ยนไปบ้าง บางที่กำหนดให้เด็กที่ร้องออกมาคนแรกเป็นผู้ชนะ แต่บางที่ก็ให้เด็กร้องออกมาคนแรก ๆ ตกรอบไปก็มี อย่าเพิ่งคิดไปว่าที่นี่เขากระทำทารุณกับเด็กทารกเพื่อให้พวกแกร้องไห้นะครับ เพราะถึงแม้ภาพลักษณ์ภายนอกของคุณซูโม่ทั้งหลายจะดูน่ากลัว แต่เขากลับโอบอุ้มเด็กน้อยแต่ละคนไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม อาศัยเพียงการส่งเสียงเย้าแหย่และทำหน้าแปลก ๆ เพื่อหลอกล่อให้เด็กขวัญผวาจนร้องไห้ออกมาเท่านั้นเองจริง ๆ ไม่มีการประทุษร้ายทางร่างกายประเภทหยิก กัด ตบ ตี อะไรทั้งสิ้น กีฬานี้คิดได้ไง?

จักรยานเสือหมอบ

จักรยานเสือหมอบ จักรยานเสือหมอบ จะไม่ค่อยแพร่หลายแบบเสือภูเขา เนื่องจากขี่ค่อนข้างยาก เพราะล้อของมันจะมีหน้ายางค่อนข้างแคบมาก หากเอามาขี่ในถนนในเมืองทั่วไปอาจมีปัญหาสะดุดก้อนหินล้ม หรือ ล้อจักรยานเกิดตกท่อก็เป็นได้ แต่ก็มีคนใช้ให้เห็นอยู่บ้าง เพราะจักรยานชนิดนี้สามารถทำความเร็วได้ค่อนข้างสูงกว่าเสือภูเขามาก หลลายคนอาจสงสัยว่าเสือภูเขาก็มีชุดเฟืองเกียร์เหมือนกัน แต่ทำไมถึงทำความเร็วสู้เสือหมอบไม่ได้ คำตอบก็คือ เฟืองเกียรต่างกัน เฟืองเกียร์ของเสือหมอบนั้นเป็นเฟืองเกียร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเสือภูเขาทำให้สามารถเร่งความเร็วได้มากกว่านั่นเอง จักรยานเสือหมอบมีปัจจัยในการเลือกใช้คล้ายๆกับเสือภูเขานั่นคือ -ขนาดของเฟรม คือความสูงของตัวถังของจักยานนั่นเอง โดยเฟรมรถประเภทนี้จะมีลักษณะบางกว่า และท่อนเหล็กแต่ละท่อนจะมีขนาดเล็กกว่ามาก เพื่อลดน้ำหนักของตัวจักรยานและทำให้ต้านลมน้อยลง แต่ยังคงมีความแข็งแรงในระดับหนึ่ง เสือหมอบเป็นจักรยานที่ใช้ปั่นบนทางเรียบดังนั้นจึงควรเลืออกขนาดให้พอดดีกับขาของเรา แต่ขนาดของจักรยานชนิดนี้อาจสามารถยืดหยุ่นได้บ้างเนื่องจากใช้ปั่นบนทางเรียบ แต่หากปั่นบนทางที่มีอุปสรรคบ้างควรเลือกใช้ขนาดให้พอดีตัว -วัสดุ เสือหมอบนั้นควรเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบาที่สุด เพราะไม่ได้นำไปใช้งานหนักแบบเสือภูเขานั่นเองจึงไม่ต้องคำนึงถึงความแข็งแรงหรือความยืดหยุ่นมากเท่าไรนัก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของแต่ละคน เพราะวัสดุยิ่งเบาก็จะยิ่งมีราคาสูงตามไปด้วย

การเลือกซื้อหมวกจักรยาน

การเลือกซื้อหมวกจักรยาน หมวกจักรยาน มีความสำคัญต่อนักกีฬาจักรยานอย่างมากเนื่องจากป้องกันอุบัติเหตุต่างๆที่อาจเกิดขึ้นขณะปุ่นจักรยานอยู่ เช่น นักปั่นจักรยานเสือภูเขาขณะปั่นลงเขาอาจมีความเร็วสูงเกินไปจนล้มหัวกระแทกพื้นก็เป็นไปได้ หรือ นักปั่นจักรยานเสือหมอบขณะปั่นออกตัวอาจเกิดการชนกันหรือล้อเกี่ยวกันทำให้ล้มหัวกระแทกพื้นหรืออุปกรณ์ต่างๆของจักรยานอีกคันได้ และสุดท้ายคือจักรยาน BMX ที่เล่นผาดโผน หากพลาดในท่าใดๆก็ตามอาจส่งผลให้ล้มหัวกระแทกพื้นอย่างแรงก็เป็นไปได้ ดังนั้นการเลือกหมกจึงมีความสำคัญค่อนข้างมาก อาจเปรียบได้ว่าการใส่หมวกขณะปั่นจักรยานเสมือนกับการขับขี่รถจักรยานยนต์แล้วต้องใส่หมวกนิรภัยเลยก็ว่าได้ สำหรับนักปั่นจักรยานเสือภูเขานั้นควรเลือกหมวกที่ระบายอากาศได้ดีและมีน้ำหนักที่เบา แต่มีความแข็งแรงค่อนข้างมาก โดยทั่วไปหมวกของจักรยานเสือภูเขาจะทำจากโฟนชนิดที่สามารถรับแรงกระแทกได้สูง สำหรับนักปั่นจักรยานเสือหมอบ ควรเลือกหมวกที่มีรูปร่างลู่ลม เพราะในการแข่งขันนั้นต้องปั่นด้วยความเร็วสูง หากใช้หมวกที่ระบายอากาศดีแบบเสือภูเขานั้นอาจต้านลมทำให้ความเร็วตกลงก็เป็นได้ สำหรับจักรยาน BMX หมวกของจักรยานชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องรูปร่างลู่ลมเหมือนจักรยานเสือหมอบ หรือระบายอากาศได้ดีแบบเสือภูเขา แต่ต้องเป็นหมวกที่มีความทนทาน และสามารถครอบคลุมได้ทั้งศีรษะ เพราะการเล่นผาดโผนนั้นมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากกว่าการปั่นแบบทั่วไปมากนัก หมวกที่ดีนั้นเมื่อร่วงจากที่สูงในระดับหนึ่งหรือได้รับการกระแทกแรงในระดับหนึ่งจะต้องแตก เพราะสามารถกระจายแรงได้ดี ดังนั้น เมื่อได้รับการกระแทกใดๆก็ตามควรเปลี่ยนหมวกทันทีเพื่อความปลอดภัย

การเลือกซื้อรองเท้าจักรยาน

การเลือกซื้อรองเท้าจักรยาน รองเท้าจักรยาน เป็นอุปกรณ์ที่ไม่ค่อยมีความสำคัญกับการปั่นจักรยานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น เสือภูเขา เสือหมอบ หรือ BMX ก็ตาม แต่ในการแข่งขันรองเท้าจักรยานมีความสำคัญค่อนข้างมาก เพราะทำให้เท้าไม่หลุดจากบันไดของจักรยานหากได้รับแรงกระแทกหรือลเท้าลื่นก็ตาม และยังช่วยส่งแรงจากเท้าที่ออกแรงปั่นไปยังบันไดได้อย่างดี เพราะเนื่องจากใต้รองเท้านั้นจะมีตัวยึดกับบันไดของจักรยานอย่างแน่หนา แต่สามารถปลดออกได้โดยการบิดเพียงนิดเดียวเท่านั้น ด้วยตัวยึดนี้จึงทำให้เท้าไม่หลุดและยังสามารถส่งแรงได้อย่างเต็มที่อีกด้วย สำหรับรองเท้าของเสือภูเขานั้นจะเป็นแบบที่สามารถระบายอากาศได้ดีเช่นเดียวกับหมวก เพราะในการปั่นขึ้นเขาลงเขาหรือเส้นทางวิบากนั้นอาจมี ดิน โคลน หรือแอ่งน้ำต่างๆที่ต้องปั่นข้ามไปก็ได้ ดังนั้นการเลือกรองเท้าสำหรับปั่นจักรยานเสือภูเขานั้นควรเป็นรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี และใส่สบายด้วย รองเท้าสำหรับปั่นจักรยานเสือหมอบนั้นจะเป็นรองเท้าที่มีลักษณะลู่ลมและพื้นมีความแข็งในการดับหนึ่งเพื่อช่วยในการส่งแรงไปยังบันไดทำให้สามารถปั่นด้วยความเร็วที่สูงได้ สุดท้ายคือรองเท้าสำหรับจักรยาน BMX จักรยานประเภทนี้ไม่ต้องการอะไรมากเท่าไรมักโดยส่วนมากจะเป็นรองเท้าผ้าใบที่หุ้มปลายเท้ากับส้นเท้าได้อย่างดีและไม่ต้องอาศัยแรงในการปั่นมากนัก แต่จะอาศัยทักษะการบังคับรถมากกว่า รองเท้าจึงควรเป็นประเภทที่พื้นสามารถยึดเกาะกับบันไดได้อย่างดี สำหรับรองเท้าของเสือภูเขากับเสือหมอบนั้น ใต้รองเท้าจะมีตัวจับยึดกับบันไดซึ่งช่วยในการยึดเกาะได้อย่างดี

การเลือกจักยาน BMX

การเลือกจักยาน BMX จักยาน BMX เป็นจักรยานที่มีจุดประสงค์การใช้งานต่างจากจักรยานเสือหมอบและจักรยานเสือภูเขาโดยสิ้นเชิง เพราะเนื่องจาก มีขนาดที่เล็กและไม่ม่เฟืองเกียร์ มีเพียงชิ้นส่วนพื้นฐานของจักรยานทั่วๆไปเท่านั้น เพียงแต่จะมีขนาดเล็กและมีความคงทนกว่าค่อนข้างมากเพราะจุดประสงค์การใช้งานของจักรยานประเภทนี้ก็คือเอาไว้เล่นท่าเพียงอย่างเดียวท่านั้น ดังนั้นการเล่นจักรยาน BMX จึงจัดอยู่ในกีฬาประเภท Xtreme นั่นเอง ซึ่งเป็นกีฬาประเภทที่มีความเสี่ยงค่อนข้างมาก นิยมเล่นกันในหมู่วันรุ่น เพราะต้องใช้พลังของร่างกายค่อนข้างมากและ เกิดอุบัติเหตุบ่อยคนมีอายุและเด็กจึงไม่เหมาะที่จะเล่น เนื่องจาก BMX เป็นจักรยานที่เอาไว้ใช้เล่นผาดโผนเพียงอย่างเดียวดังนั้นขนาดจึงมีความสำคัญมากเลยทีเดียวเพราะการเล่นท่าในแต่ละแบบนั้น ต้องใช้แรงจากร่างกายบังคับตัวจักรยานเพื่อให้ไปในทิศทางต่างๆที่เราต้องการดังนั้น ขนาดจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะหากขนาดใหญ่เกินไปร่างกายของเราจะไม่สามารถบังคับควบคุมทิศทางได้ แต่หากขนาดเล็กเกินไปตัวจักรยานก็จะเบาเกินไปทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นขนาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ ต่อมาคือวัสดุซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก เพราะจักรยานประเภทนี้ในแต่ละท่าจะต้องมีการกระแทกอย่างแรงเพื่อเล่นท่าต่างๆต่อไปดังนั้นจังรยานประเภทนี้จึงไม่มีเฟรมที่ทำมาจากคาร์บอนเท่าไหร่นักโดยส่วนมากจะทำมาจากอลูมิเนียม หรืออะจเป็นอลูมิเนียมผสมซึ่งจะมีความยืดหยุ่นที่สูงกว่าทำให้เฟรมหักยากกว่าและทำให้เกิดอุบัติเหตุยากขึ้นเล็กน้อย สิ่งสุดท้ายที่ควรพิจารณาก็คือรูปทรงนั้นเอง รูปทรงของจักรยานแต่ละแบจะไม่เหมือนกันแน่นอนว่าแต่ละแบบก็จะเล่นท่าได้ไม่เหมือนกันเชช่นกัน

Support แบบต่างๆ

Support แบบต่างๆ Support ก็คืออุปกรณ์เสริมสำหรับการเล่นกีฬาแบบต่างๆ ที่ผู้เล่นกีฬาหนักๆ หรือปานกลางควรใส่ไว้ สาเหตุที่ต้องใส่เป็นเพราะว่า ในการเล่นกีฬาอาจมีอุบัติเหตุต่างๆเกิดขึ้นมากมาย เช่น เคล็ด หรือ พลิก เป็นต้น ซึ่ง Support นั้นก็มีหลายแบบหลายจุด เช่น เท้า ข้อเท้า มือ ข้อมือ เข่า หลัง ข้อศอก เป็นต้น นอกจากการสวมใส่ Support จะเป็นการป้องกันอาการเคล็ดขัดยอกแล้ว ในบางแบบยังป้องกันการเสื่อมของข้อกระดูกต่างๆได้อีกด้วย ดังนั้น Support จึงมีความสำคัญมาก เพราะ การเคล็ดต่สงๆเราอาจสามารถพักฟื้นเพื่อให้หายจากการบาดเจ็บได้ แต่การเสื่อมของข้อกระดูกต่างๆนั้นไม่สามารถจะหายขาดได้ และจะเสื่อมไปเรื่อยๆตามอายุ อย่างมากอาจทำได้แค่คงสภาพไม่ให้เสื่อมมากขึ้น แต่หากอยากให้กลับมาดีเหมือนเดิมนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย สำหรับกีฬาที่ผู้เล่นควรจะสวมใส่ Support นั้นก็คือ กีฬาที่ต้องวิ่งหนักๆ หรืออาจต้องใช้แรงมากและกีฬาที่มีการกระแทกต่างๆ เช่น บาสเก็ตบอล Support ที่ควรสวมใส่ที่สุดก็คือ Support เข่า เพราะเนื่องจากการวิ่งและที่หนักที่สุดคือการกระโดดซึ่งสร้างภาระให้กับเข่าอย่างมากมาย ดังนั้นจึงควรที่จะสวม Support เข่า จุดต่างๆที่ควรสวมรองลงมาก็จะเป็นพวก ข้อเท้า […]

วิธีเลือกไม้เทนนิส

วิธีเลือกไม้เทนนิส วิธีเลือกไม้เทนนิส ไม้เทนนิสก็จะคล้ายๆกับไม้แบดมินตันเพราะเป็นไม้ที่ถูกนำมาขึงด้วยเอ็นเหมือนกันเพียงแต่ไม้จะมีน้ำหนักมากกว่า ขนาดใหญ่กว่า และเอ็นก็จะเส้นใหญ่กว่าค่อนข้างเยอะ การเลือกไม้เทนนิสให้ถูกต้องตามที่เราต้องการแล้วตามการเล่นของเรานั้น จะช่วยให้เราเล่นกีฬาชนิดนี้ได้อย่างเต็มที่และมีความสนุกสนานมากขึ้น การเลือกไม้เทนนิสจะต้องพิจารณาปัจจัยหลักๆดังนี้ – น้ำหนัก น้ำหนักของไม้เป็นปัจจัยหลักที่ผุ้ใช้ควรพิจารณาอย่างยิ่งเพราะหากน้ำหนักมากเกินจะทำให้เหวี่ยงไม้ยากขึ้น และจะทำให้เสียอรรถรสในการเล่นกีฬาได้ ดังนั้นควรเลือกน้ำหนักของไม้ตามวัสดุต่างๆซึ่งก็คือ การไฟต์ 100% จะมีน้ำหนักที่เบามีความแข็งแรงทนทานค่อนข้างมาก ทำให้ควบคุมลูกได้ง่าย เหมาะกับผู้เล่นที่เล่นจนชำนาญแล้ว ต่อมาจะเป็น กราไฟต์ผสม จะหนักมากกว่าแบบแรกเหมาะสำหรับนักเทนนิสที่เล่นเพื่อความสนุกสนานออกกำลังกายทั่วๆไป และสุดท้าย อลูมินั่ม จะเป็นไม้ที่มีความเบาในระดับหนึ่งแต่แข็งแรงทนทานและมีความยืดหยุ่นบ้าง แม้จะกระแทกกับพื้นสนามก็ไม่เป็นไร เหมาะสำหรับเด็กที่เพิ่งจะหัดเล่นใหม่ยังขาดความชำนาญ – ความสมดุลกับด้ามจับ เช่นเดียวกับไม้แบดนั่นเอง ไม้แต่ละแบบจะมีการถ่วงน้ำหนักไม่เท่ากันทั้งนี้ควรลองเหวี่ยงไม้ดูว่าถนัดไหม – ขนาดของกริป กริปหรือด้ามไม้ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะมือของแต่ละคนนั้นขนาดไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องเลือกขนาดของกริปให้มีความเหมาะสมกับขนาดของมือ ทั้งนี้ควรลองจับดูว่าถนัดหรือไม่ – อายุของผู้เล่น ผู้เล่นอายุต่างๆจะมีความยาวแขนไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นควรเลือกตามความเหมาะสม