แข่งพ่นจิ้งหรีด

กีฬาที่กระผมหยิบยกมาเล่าสู่กันอ่านในวันนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าสัตว์มีปีกตัวจิ๋วชนิดหนึ่งที่สามารถกรีดปีกบรรเลงเสียงเพลงได้ไพเราะ แต่เสียงดังกล่าวก็สามารถกลายเป็นเสียงน่ารำคาญได้หากมันมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากแล้วบรรเลงเพลงพร้อมกัน ใช่แล้วละครับสัตว์ที่ว่านี้ก็คือจิ้งหรีดนั่นเอง แต่เกมกีฬานี้ไม่ได้เอาจิ้งหรีดมาบรรเลงดนตรีแข่งกันหรอกนะครับ เพราะเขาเอามันมาใช้ต่างลูกกระสุนกันต่างหาก เอ๊ะ! ยังไงกันละเนี่ย? การแข่งพ่นจิ้งหรีดนี้เริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ. 1996 โดยไอเดียของนักกีฏวิทยาคนหนึ่ง นามว่า ทอม เทอร์ปิน แห่งมหาวิทยาลัย Purdue ในมลรัฐอินเดียน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา วิธีการแข่งขันก็คือ ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องหยิบจิ้งหรีดที่ทางผู้จัดเตรียมเอาไว้ให้ใส่ปาก แล้วพ่นออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายใน 20 วินาที ใครพ่นได้ไกลที่สุดก็คว้าตำแหน่งแชมป์ไปครอบครองได้เลย แต่มีข้อแม้ว่าจิ้งหรีดนั้นจะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมือนเดิมทุกประการ ประเภทปีกหาย ขาหลุด หรือเหลือครึ่งตัวนั้นเขาปรับแพ้หมดนะจ้ะ ซึ่งจิ้งหรีดที่นำมาใช้แข่งนั้นจะถูกคัดสรรมาแล้วว่ามีน้ำหนักระหว่าง 45 – 55 มิลลิกรัม จากนั้นจึงนำไปแช่แข็งเพื่อความสะดวกในการพ่น การแข่งขันสุดเพี้ยนนี้สามารถเรียกผู้เข้าชมได้สูงถึงกว่า 30,000 คนต่อปี ทำเงินเข้ามหาวิทยาลัยได้มากโขจนสถานศึกษาอื่น ๆ อิจฉาตาร้อนกันเป็นทิวแถว จนต้องนำกิจกรรมนี้ไปจัดในมหาวิทยาลัยของตัวเองบ้าง กินเนสบุ๊คได้ทำการบันทึกสถิติของผู้ชนะการแข่งขันพ่นจิ้งหรีดเอาไว้ว่า ในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 1998 นายแดน แคปส์ จากวิสคอนซิน สามารถพ่นจิ้งหรีดได้ไกลถึง 32 ฟุต กับอีก 5 นิ้ว […]

แข่งเป่ายิ้งฉุบ

ไม่น่าเชื่อใช่ไหมละครับที่วันหนึ่งเกมเป่ายิ้งฉุบที่นิยมเล่นกันสมัยเด็กจะกลายมาเป็นเกมกีฬาชิงแชมป์ไปได้ แต่ก็อย่างว่าละนะครับ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นบนโลกสีฟ้าใบนี้ และเนื่องจากการเป่ายิ้งฉุบเป็นเกมที่ไม่ต้องอาศัยความสามารถทางร่างกายใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับโชคล้วน ๆ คุณคงเดาได้ไม่ยากแล้วนะครับว่าใครเป็นผู้คิดค้นและผลักดันเกมชนิดนี้ขึ้นมาเล่นกัน? ใช่แล้วละครับ นายทุนที่ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังจะต้องอยู่ในวงการเสี่ยงโชคอย่างแน่นอน เกมการแข่งขันเป่ายิ้งฉุบเริ่มต้นขึ้นจากแนวคิดของนักการตลาดคนหนึ่ง นามว่า Matti Leshem ดำเนินการจัดการแข่งขันเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2006 ในมลรัฐเนวาด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา สถานที่ซึ่งการพนันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายนั่นเอง โดยมีโรงแรมมันฑะเลย์เบย์แห่งลาสเวกัสเป็นเจ้าภาพ ผู้ชนะได้รับเงินรางวัลไปถึง 50,000 ดอลล่าร์กันเลยทีเดียว จากนั้นก็มีการจัดการแข่งขันเป่ายิ้งฉุบเรื่อยมาเป็นประจำทุกปี โดยมีการเปลี่ยนสถานที่จัดงานไปเรื่อย ใช้ชื่อการแข่งขันเป่ายิ้งฉุบอย่างเป็นทางการว่า USARPS อันย่อมาจาก United States of America: Rock Paper Scissors นั่นเอง กติกาในการเล่นก็คือ ให้ผู้เข้าแข่งขันจับคู่กันเป่ายิ้งฉุบโดยไม่เกี่ยงเพศและวัย ให้ใช้สัญลักษณ์หิน กระดาษ กรรไกร เพียงสามอย่างเท่านั้น กำหนดให้หินชนะกรรไกร กรรไกรชนะกระดาษ กระดาษชนะหิน โดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้เข้าแข่งขันจะทำการเป่ายิ้งฉุบกันทั้งหมด 3 รอบ หากผลปรากฎว่าเสมอก็ให้แข่งใหม่จนกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะ

เกมปั้นหน้า

มาแล้วครับมาแล้ว “กีฬานี้คิดได้ไง” ขอเสนอเกมกีฬาชวนจี้เส้นที่ทำให้ผู้ชมหัวเราะท้องคัดท้องแข็งกันมาแล้วทั่วโลกจากประเทศอังกฤษ นั่นก็คือเกมที่มีชื่อว่า “เกมปั้นหน้า” ที่ผู้เข้าแข่งขันทั้งหลายจะต้องมุดหน้าเข้ามาในบ่วงคล้องคอม้าแล้วปั้นหน้าตัวเองให้ดูพิลึกพิลั่นในรูปแบบต่าง ๆ ตามแต่ใครจะมีความคิดสร้างสรรค์อย่างไร เกมปั้นหน้ามีกติกาง่าย ๆ ก็คือ ใครปั้นหน้าได้พิสดารที่สุดจะเป็นผู้ชนะของเกมนี้ไปครับ ซึ่งตามสถิติแล้ว ผู้ชนะมักจะเป็นคนแก่ที่ไม่มีฟันอยู่ในปากแม้แต่ซี่เดียว หรือมีฟันเหลือน้อยเพราะสามารถขยับขากรรไกรเพื่อปั้นหน้าให้หลากหลายกว่าคนหนุ่มสาวที่มีฟันครบทุกซี่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการดูดแก้มเข้าไปปากจนแก้มบุ๋ม การทำปากจู๋ขึ้นไปจนถึงจมูก หรือการปั้นหน้าเลียนแบบป็อบอาย ก็มีคนเคยทำกันมาแล้ว ติดอันดับบ้าง ไม่ติดอันดับบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าคู่แข่งในเวลานั้นมีความสามารถมากน้อยเพียงใด ผู้ที่ทำสถิติครองแชมป์ได้นานที่สุดถึง 16 สมัยได้แก่ ทอมมี่ แมททินสัน ที่ปัจจุบันกลายเป็นอดีตแชมป์ไปแล้วเพราะในที่สุดก็มีคนปั้นหน้าได้เจ๋งกว่า เนื่องจากเกมปั้นหน้า เป็นกีฬาที่สามารถสร้างความสุขให้กับผู้เข้าชมได้แบบไม่จำกัดเพศและวัย จึงเกมกีฬาที่มีอายุยาวนานมาเป็นร้อย ๆ ปีทีเดียว คุณอาจจะไม่เชื่อแต่ชาวอังกฤษเขาเล่นเกมนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1267 กันแล้วละครับ ซ้ำยังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายชนิดที่ว่าที่ไหนมีงานรื่นเริง เกมปั้นหน้า เป็นต้องถูกบรรจุลงในโปรแกรมการแข่งขันเพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากผู้เข้าชมทุกครั้งไป

แข่งดื่มวอดก้า

การแข่งขันดื่มของมึนเมานี่เป็นอะไรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้ดื่มฟรีชนิดไม่อั้นแล้วยังอาจได้รับรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยหากคุณเป็นผู้ชนะ การแข่งดื่มวอดก้าในประเทศรัสเซียก็เช่นกัน เนื่องจากวอดก้าของรัสเซียเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นของชั้นเลิศอย่างหนึ่ง ดังนั้นเกมกีฬาที่ช่วยส่งเสริมให้วอดก้าของตัวเองมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้นจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย เรียกว่าเป็นแผนการตลาดขั้นสูงที่งัดมาใช้ครั้งใดเป็นต้องได้ประโยชน์ทุกที กติกาการแข่งดื่มวอดก้าก็เหมือนกับการแข่งส่วนใหญ่ คือ ใครที่ดื่มวอดก้าได้มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ แน่นอนว่ามีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมการแข่งขันมากมาย บางคนก็ขอแค่ให้ได้เข้าไปดื่มของดีแบบฟรี ๆ โดยไม่หวังเป็นผู้ชนะก็มี แต่ก็มีนักดื่มจำนวนไม่น้อยที่หวังครองตำแหน่งแชมป์เปี้ยน จึงก้มตาก้มตาดื่มอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนเมาปลิ้นฟุบคาโต๊ะก็มี และแน่นอนว่าการดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายจำนวนมาก ๆ ในคราวเดียวนั้นย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกายผู้ดื่มไม่น้อยเลย จึงมีข่าวคราวหลุดรอดออกมาเป็นระยะว่ามีผู้เข้าร่วมการแข่งขันเสียชีวิตจากการดื่มวอดก้าเข้าไปจำนวนมาก ยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อปี ค.ศ. 2003 ที่ผู้เข้าแข่งขันรายหนึ่งถึงแก่ความตายภายใน 20 นาที หลังจากดื่มวอดก้าเข้าไปจำนวน 3/4 ลิตร ถึงแม้การแข่งดื่มวอดก้าจะมีความเสี่ยงสูง แต่ก็ยังมีการจัดการแข่งขันอยู่เนือง ๆ ไม่เฉพาะที่รัสเซียเท่านั้น หากยังลามไปทั่วโลกเลยทีเดียว เรียกว่า ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา กันละครับงานนี้

แข่งวิ่งแมลงสาป

อย่าเพิ่งเบือนหน้าหนีครับคุณผู้อ่านที่รัก “กีฬานี้คิดได้ไง” ขอส่งท้ายกันด้วยเกมกีฬาสุดแปลกและน่าขยะแขยงสำหรับใครหลายคนด้วย “การแข่งวิ่งแมลงสาป” อีกหนึ่งเกมจากบ่อนพนันอันลือลั่นและได้รับความนิยมกันทั่วโลกก่อนนะครับ ต้นกำเนิดของการแข่งวิ่งแมลงสาปมาจากประเทศออสเตรเลีย โดยเริ่มทำการแข่งขันเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1982 ณ เมืองบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ แมลงสาปตัวแรกที่คว้าตำแหน่งแชมป์เปี้ยนไปครองมีชื่อว่า ซอฟท์ค็อกกี้ รายได้ทั้งหมดที่ได้รับมาจากการจัดงานแข่งขันนี้มอบให้แก่การกุศลทั้งหมด โดยมีกติกาการแข่งขันอยู่ว่า ผู้เข้าแข่งขันจะต้องจ่ายค่าสมัครและนำแมลงสาปมาเอง จะนำมาจากบ้านหรือจะมาซื้อหาเอาในงานก็ได้ไม่ว่ากัน เมื่อถึงเวลาแข่งก็จะนำแมลงสาปไปวางในกรงที่ตั้งอยู่กลางเวทีขนาด 6 เมตร หรือ 20 ฟุต ที่เตรียมไว้แล้ว เมื่อกรรมการสั่งเริ่มการแข่งขัน ประตูกรงจะถูกยกขึ้นเพื่อปล่อยแมลงสาปออกมา จุดประสงค์คือให้เจ้าปีเตอร์ทั้งหลายวิ่งเข้าหาขอบสนาม แมลงสาปของใครวิ่งได้ว่องไวที่สุดจนมาถึงเส้นชัยก่อน 3 ตัวแรกก็คว้าตำแหน่งผู้ชนะลำดับที่ 1, 2 และ 3 ไปครองได้เลย แต่ถ้าแมลงสาปตัวไหนเกิดขี้เกียจวิ่งขึ้นมาและใช้วิธีบินแทนเมื่อไหร่ละก็ มันจะถูกปรับแพ้ทันที การแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 14 รอบ เริ่มตั้งแต่ 12.00 – 16.30 น. ทั้งนี้ นอกจากการแข่งวิ่งแมลงสาปแล้วยังมีการประกวดชุดแฟนตาซีชนิดทีมและประกวดนางงามแมลงสาปอีกด้วย โดยมีเงินรางวัลจำนวนหนึ่งมอบสำหรับผู้ชนะ

แข่งร้องไห้

นานกว่า 400 ปีมาแล้วที่เกาะญี่ปุ่นเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ของบรรดาทารกผู้ไร้เดียงสา ขอออกตัวไว้ก่อนนะครับว่ากระผมไม่ได้พาคุณผู้อ่านออกนอกเส้นทางมาสู่เรื่องดราม่าอะไรทั้งสิ้น เรายังคงอยู่กับ “กีฬานี้คิดได้ไง” กันอย่างแน่นอน เพราะการแข่งขันในวันนี้ก็คือ การแข่งกันทำให้ทารกร้องไห้! ด้วยความเชื่อของชาวญี่ปุ่นที่ว่า “การที่เด็กทารกร้องไห้เสียงดังจะทำให้วิญญาณชั่วร้ายไม่กล้าเข้าใกล้ ทำให้เด็กมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง” การแข่งขันชนิดนี้จึงบังเกิดขึ้นสู่สายตาชาวโลก โดยการนำเด็กทารกอายุตั้งแต่ 6 – 18 เดือนจำนวนร้อยกว่าคนมารวมตัวกันที่ลานวัดอันเป็นสถานที่จัดงาน จากนั้นก็มอบหน้าที่ในการลงมือกลั่นแกล้งเบบี๋ทั้งหลายให้ร้องไห้แก่ซูโม่ร่างบึกจัดการชนิดตัวต่อตัวกันเลยทีเดียว เด็กคนไหนร้องได้ดังและนานที่สุดจะเป็นผู้ชนะการแข่งขันในครั้งนี้ แต่กติกาในแต่ละท้องที่นั้นก็อาจมีการปรับเปลี่ยนไปบ้าง บางที่กำหนดให้เด็กที่ร้องออกมาคนแรกเป็นผู้ชนะ แต่บางที่ก็ให้เด็กร้องออกมาคนแรก ๆ ตกรอบไปก็มี อย่าเพิ่งคิดไปว่าที่นี่เขากระทำทารุณกับเด็กทารกเพื่อให้พวกแกร้องไห้นะครับ เพราะถึงแม้ภาพลักษณ์ภายนอกของคุณซูโม่ทั้งหลายจะดูน่ากลัว แต่เขากลับโอบอุ้มเด็กน้อยแต่ละคนไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม อาศัยเพียงการส่งเสียงเย้าแหย่และทำหน้าแปลก ๆ เพื่อหลอกล่อให้เด็กขวัญผวาจนร้องไห้ออกมาเท่านั้นเองจริง ๆ ไม่มีการประทุษร้ายทางร่างกายประเภทหยิก กัด ตบ ตี อะไรทั้งสิ้น กีฬานี้คิดได้ไง?

จักรยานเสือหมอบ

จักรยานเสือหมอบ จักรยานเสือหมอบ จะไม่ค่อยแพร่หลายแบบเสือภูเขา เนื่องจากขี่ค่อนข้างยาก เพราะล้อของมันจะมีหน้ายางค่อนข้างแคบมาก หากเอามาขี่ในถนนในเมืองทั่วไปอาจมีปัญหาสะดุดก้อนหินล้ม หรือ ล้อจักรยานเกิดตกท่อก็เป็นได้ แต่ก็มีคนใช้ให้เห็นอยู่บ้าง เพราะจักรยานชนิดนี้สามารถทำความเร็วได้ค่อนข้างสูงกว่าเสือภูเขามาก หลลายคนอาจสงสัยว่าเสือภูเขาก็มีชุดเฟืองเกียร์เหมือนกัน แต่ทำไมถึงทำความเร็วสู้เสือหมอบไม่ได้ คำตอบก็คือ เฟืองเกียรต่างกัน เฟืองเกียร์ของเสือหมอบนั้นเป็นเฟืองเกียร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเสือภูเขาทำให้สามารถเร่งความเร็วได้มากกว่านั่นเอง จักรยานเสือหมอบมีปัจจัยในการเลือกใช้คล้ายๆกับเสือภูเขานั่นคือ -ขนาดของเฟรม คือความสูงของตัวถังของจักยานนั่นเอง โดยเฟรมรถประเภทนี้จะมีลักษณะบางกว่า และท่อนเหล็กแต่ละท่อนจะมีขนาดเล็กกว่ามาก เพื่อลดน้ำหนักของตัวจักรยานและทำให้ต้านลมน้อยลง แต่ยังคงมีความแข็งแรงในระดับหนึ่ง เสือหมอบเป็นจักรยานที่ใช้ปั่นบนทางเรียบดังนั้นจึงควรเลืออกขนาดให้พอดดีกับขาของเรา แต่ขนาดของจักรยานชนิดนี้อาจสามารถยืดหยุ่นได้บ้างเนื่องจากใช้ปั่นบนทางเรียบ แต่หากปั่นบนทางที่มีอุปสรรคบ้างควรเลือกใช้ขนาดให้พอดีตัว -วัสดุ เสือหมอบนั้นควรเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบาที่สุด เพราะไม่ได้นำไปใช้งานหนักแบบเสือภูเขานั่นเองจึงไม่ต้องคำนึงถึงความแข็งแรงหรือความยืดหยุ่นมากเท่าไรนัก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของแต่ละคน เพราะวัสดุยิ่งเบาก็จะยิ่งมีราคาสูงตามไปด้วย

การเลือกซื้อหมวกจักรยาน

การเลือกซื้อหมวกจักรยาน หมวกจักรยาน มีความสำคัญต่อนักกีฬาจักรยานอย่างมากเนื่องจากป้องกันอุบัติเหตุต่างๆที่อาจเกิดขึ้นขณะปุ่นจักรยานอยู่ เช่น นักปั่นจักรยานเสือภูเขาขณะปั่นลงเขาอาจมีความเร็วสูงเกินไปจนล้มหัวกระแทกพื้นก็เป็นไปได้ หรือ นักปั่นจักรยานเสือหมอบขณะปั่นออกตัวอาจเกิดการชนกันหรือล้อเกี่ยวกันทำให้ล้มหัวกระแทกพื้นหรืออุปกรณ์ต่างๆของจักรยานอีกคันได้ และสุดท้ายคือจักรยาน BMX ที่เล่นผาดโผน หากพลาดในท่าใดๆก็ตามอาจส่งผลให้ล้มหัวกระแทกพื้นอย่างแรงก็เป็นไปได้ ดังนั้นการเลือกหมกจึงมีความสำคัญค่อนข้างมาก อาจเปรียบได้ว่าการใส่หมวกขณะปั่นจักรยานเสมือนกับการขับขี่รถจักรยานยนต์แล้วต้องใส่หมวกนิรภัยเลยก็ว่าได้ สำหรับนักปั่นจักรยานเสือภูเขานั้นควรเลือกหมวกที่ระบายอากาศได้ดีและมีน้ำหนักที่เบา แต่มีความแข็งแรงค่อนข้างมาก โดยทั่วไปหมวกของจักรยานเสือภูเขาจะทำจากโฟนชนิดที่สามารถรับแรงกระแทกได้สูง สำหรับนักปั่นจักรยานเสือหมอบ ควรเลือกหมวกที่มีรูปร่างลู่ลม เพราะในการแข่งขันนั้นต้องปั่นด้วยความเร็วสูง หากใช้หมวกที่ระบายอากาศดีแบบเสือภูเขานั้นอาจต้านลมทำให้ความเร็วตกลงก็เป็นได้ สำหรับจักรยาน BMX หมวกของจักรยานชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องรูปร่างลู่ลมเหมือนจักรยานเสือหมอบ หรือระบายอากาศได้ดีแบบเสือภูเขา แต่ต้องเป็นหมวกที่มีความทนทาน และสามารถครอบคลุมได้ทั้งศีรษะ เพราะการเล่นผาดโผนนั้นมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากกว่าการปั่นแบบทั่วไปมากนัก หมวกที่ดีนั้นเมื่อร่วงจากที่สูงในระดับหนึ่งหรือได้รับการกระแทกแรงในระดับหนึ่งจะต้องแตก เพราะสามารถกระจายแรงได้ดี ดังนั้น เมื่อได้รับการกระแทกใดๆก็ตามควรเปลี่ยนหมวกทันทีเพื่อความปลอดภัย

การเลือกซื้อรองเท้าจักรยาน

การเลือกซื้อรองเท้าจักรยาน รองเท้าจักรยาน เป็นอุปกรณ์ที่ไม่ค่อยมีความสำคัญกับการปั่นจักรยานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น เสือภูเขา เสือหมอบ หรือ BMX ก็ตาม แต่ในการแข่งขันรองเท้าจักรยานมีความสำคัญค่อนข้างมาก เพราะทำให้เท้าไม่หลุดจากบันไดของจักรยานหากได้รับแรงกระแทกหรือลเท้าลื่นก็ตาม และยังช่วยส่งแรงจากเท้าที่ออกแรงปั่นไปยังบันไดได้อย่างดี เพราะเนื่องจากใต้รองเท้านั้นจะมีตัวยึดกับบันไดของจักรยานอย่างแน่หนา แต่สามารถปลดออกได้โดยการบิดเพียงนิดเดียวเท่านั้น ด้วยตัวยึดนี้จึงทำให้เท้าไม่หลุดและยังสามารถส่งแรงได้อย่างเต็มที่อีกด้วย สำหรับรองเท้าของเสือภูเขานั้นจะเป็นแบบที่สามารถระบายอากาศได้ดีเช่นเดียวกับหมวก เพราะในการปั่นขึ้นเขาลงเขาหรือเส้นทางวิบากนั้นอาจมี ดิน โคลน หรือแอ่งน้ำต่างๆที่ต้องปั่นข้ามไปก็ได้ ดังนั้นการเลือกรองเท้าสำหรับปั่นจักรยานเสือภูเขานั้นควรเป็นรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี และใส่สบายด้วย รองเท้าสำหรับปั่นจักรยานเสือหมอบนั้นจะเป็นรองเท้าที่มีลักษณะลู่ลมและพื้นมีความแข็งในการดับหนึ่งเพื่อช่วยในการส่งแรงไปยังบันไดทำให้สามารถปั่นด้วยความเร็วที่สูงได้ สุดท้ายคือรองเท้าสำหรับจักรยาน BMX จักรยานประเภทนี้ไม่ต้องการอะไรมากเท่าไรมักโดยส่วนมากจะเป็นรองเท้าผ้าใบที่หุ้มปลายเท้ากับส้นเท้าได้อย่างดีและไม่ต้องอาศัยแรงในการปั่นมากนัก แต่จะอาศัยทักษะการบังคับรถมากกว่า รองเท้าจึงควรเป็นประเภทที่พื้นสามารถยึดเกาะกับบันไดได้อย่างดี สำหรับรองเท้าของเสือภูเขากับเสือหมอบนั้น ใต้รองเท้าจะมีตัวจับยึดกับบันไดซึ่งช่วยในการยึดเกาะได้อย่างดี

การเลือกจักยาน BMX

การเลือกจักยาน BMX จักยาน BMX เป็นจักรยานที่มีจุดประสงค์การใช้งานต่างจากจักรยานเสือหมอบและจักรยานเสือภูเขาโดยสิ้นเชิง เพราะเนื่องจาก มีขนาดที่เล็กและไม่ม่เฟืองเกียร์ มีเพียงชิ้นส่วนพื้นฐานของจักรยานทั่วๆไปเท่านั้น เพียงแต่จะมีขนาดเล็กและมีความคงทนกว่าค่อนข้างมากเพราะจุดประสงค์การใช้งานของจักรยานประเภทนี้ก็คือเอาไว้เล่นท่าเพียงอย่างเดียวท่านั้น ดังนั้นการเล่นจักรยาน BMX จึงจัดอยู่ในกีฬาประเภท Xtreme นั่นเอง ซึ่งเป็นกีฬาประเภทที่มีความเสี่ยงค่อนข้างมาก นิยมเล่นกันในหมู่วันรุ่น เพราะต้องใช้พลังของร่างกายค่อนข้างมากและ เกิดอุบัติเหตุบ่อยคนมีอายุและเด็กจึงไม่เหมาะที่จะเล่น เนื่องจาก BMX เป็นจักรยานที่เอาไว้ใช้เล่นผาดโผนเพียงอย่างเดียวดังนั้นขนาดจึงมีความสำคัญมากเลยทีเดียวเพราะการเล่นท่าในแต่ละแบบนั้น ต้องใช้แรงจากร่างกายบังคับตัวจักรยานเพื่อให้ไปในทิศทางต่างๆที่เราต้องการดังนั้น ขนาดจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะหากขนาดใหญ่เกินไปร่างกายของเราจะไม่สามารถบังคับควบคุมทิศทางได้ แต่หากขนาดเล็กเกินไปตัวจักรยานก็จะเบาเกินไปทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นขนาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ ต่อมาคือวัสดุซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก เพราะจักรยานประเภทนี้ในแต่ละท่าจะต้องมีการกระแทกอย่างแรงเพื่อเล่นท่าต่างๆต่อไปดังนั้นจังรยานประเภทนี้จึงไม่มีเฟรมที่ทำมาจากคาร์บอนเท่าไหร่นักโดยส่วนมากจะทำมาจากอลูมิเนียม หรืออะจเป็นอลูมิเนียมผสมซึ่งจะมีความยืดหยุ่นที่สูงกว่าทำให้เฟรมหักยากกว่าและทำให้เกิดอุบัติเหตุยากขึ้นเล็กน้อย สิ่งสุดท้ายที่ควรพิจารณาก็คือรูปทรงนั้นเอง รูปทรงของจักรยานแต่ละแบจะไม่เหมือนกันแน่นอนว่าแต่ละแบบก็จะเล่นท่าได้ไม่เหมือนกันเชช่นกัน