เกมปั้นหน้า

มาแล้วครับมาแล้ว “กีฬานี้คิดได้ไง” ขอเสนอเกมกีฬาชวนจี้เส้นที่ทำให้ผู้ชมหัวเราะท้องคัดท้องแข็งกันมาแล้วทั่วโลกจากประเทศอังกฤษ นั่นก็คือเกมที่มีชื่อว่า “เกมปั้นหน้า” ที่ผู้เข้าแข่งขันทั้งหลายจะต้องมุดหน้าเข้ามาในบ่วงคล้องคอม้าแล้วปั้นหน้าตัวเองให้ดูพิลึกพิลั่นในรูปแบบต่าง ๆ ตามแต่ใครจะมีความคิดสร้างสรรค์อย่างไร เกมปั้นหน้ามีกติกาง่าย ๆ ก็คือ ใครปั้นหน้าได้พิสดารที่สุดจะเป็นผู้ชนะของเกมนี้ไปครับ ซึ่งตามสถิติแล้ว ผู้ชนะมักจะเป็นคนแก่ที่ไม่มีฟันอยู่ในปากแม้แต่ซี่เดียว หรือมีฟันเหลือน้อยเพราะสามารถขยับขากรรไกรเพื่อปั้นหน้าให้หลากหลายกว่าคนหนุ่มสาวที่มีฟันครบทุกซี่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการดูดแก้มเข้าไปปากจนแก้มบุ๋ม การทำปากจู๋ขึ้นไปจนถึงจมูก หรือการปั้นหน้าเลียนแบบป็อบอาย ก็มีคนเคยทำกันมาแล้ว ติดอันดับบ้าง ไม่ติดอันดับบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าคู่แข่งในเวลานั้นมีความสามารถมากน้อยเพียงใด ผู้ที่ทำสถิติครองแชมป์ได้นานที่สุดถึง 16 สมัยได้แก่ ทอมมี่ แมททินสัน ที่ปัจจุบันกลายเป็นอดีตแชมป์ไปแล้วเพราะในที่สุดก็มีคนปั้นหน้าได้เจ๋งกว่า เนื่องจากเกมปั้นหน้า เป็นกีฬาที่สามารถสร้างความสุขให้กับผู้เข้าชมได้แบบไม่จำกัดเพศและวัย จึงเกมกีฬาที่มีอายุยาวนานมาเป็นร้อย ๆ ปีทีเดียว คุณอาจจะไม่เชื่อแต่ชาวอังกฤษเขาเล่นเกมนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1267 กันแล้วละครับ ซ้ำยังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายชนิดที่ว่าที่ไหนมีงานรื่นเริง เกมปั้นหน้า เป็นต้องถูกบรรจุลงในโปรแกรมการแข่งขันเพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากผู้เข้าชมทุกครั้งไป

แข่งดื่มวอดก้า

การแข่งขันดื่มของมึนเมานี่เป็นอะไรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้ดื่มฟรีชนิดไม่อั้นแล้วยังอาจได้รับรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยหากคุณเป็นผู้ชนะ การแข่งดื่มวอดก้าในประเทศรัสเซียก็เช่นกัน เนื่องจากวอดก้าของรัสเซียเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นของชั้นเลิศอย่างหนึ่ง ดังนั้นเกมกีฬาที่ช่วยส่งเสริมให้วอดก้าของตัวเองมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้นจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย เรียกว่าเป็นแผนการตลาดขั้นสูงที่งัดมาใช้ครั้งใดเป็นต้องได้ประโยชน์ทุกที กติกาการแข่งดื่มวอดก้าก็เหมือนกับการแข่งส่วนใหญ่ คือ ใครที่ดื่มวอดก้าได้มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ แน่นอนว่ามีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมการแข่งขันมากมาย บางคนก็ขอแค่ให้ได้เข้าไปดื่มของดีแบบฟรี ๆ โดยไม่หวังเป็นผู้ชนะก็มี แต่ก็มีนักดื่มจำนวนไม่น้อยที่หวังครองตำแหน่งแชมป์เปี้ยน จึงก้มตาก้มตาดื่มอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนเมาปลิ้นฟุบคาโต๊ะก็มี และแน่นอนว่าการดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายจำนวนมาก ๆ ในคราวเดียวนั้นย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกายผู้ดื่มไม่น้อยเลย จึงมีข่าวคราวหลุดรอดออกมาเป็นระยะว่ามีผู้เข้าร่วมการแข่งขันเสียชีวิตจากการดื่มวอดก้าเข้าไปจำนวนมาก ยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อปี ค.ศ. 2003 ที่ผู้เข้าแข่งขันรายหนึ่งถึงแก่ความตายภายใน 20 นาที หลังจากดื่มวอดก้าเข้าไปจำนวน 3/4 ลิตร ถึงแม้การแข่งดื่มวอดก้าจะมีความเสี่ยงสูง แต่ก็ยังมีการจัดการแข่งขันอยู่เนือง ๆ ไม่เฉพาะที่รัสเซียเท่านั้น หากยังลามไปทั่วโลกเลยทีเดียว เรียกว่า ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา กันละครับงานนี้

แข่งวิ่งแมลงสาป

อย่าเพิ่งเบือนหน้าหนีครับคุณผู้อ่านที่รัก “กีฬานี้คิดได้ไง” ขอส่งท้ายกันด้วยเกมกีฬาสุดแปลกและน่าขยะแขยงสำหรับใครหลายคนด้วย “การแข่งวิ่งแมลงสาป” อีกหนึ่งเกมจากบ่อนพนันอันลือลั่นและได้รับความนิยมกันทั่วโลกก่อนนะครับ ต้นกำเนิดของการแข่งวิ่งแมลงสาปมาจากประเทศออสเตรเลีย โดยเริ่มทำการแข่งขันเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1982 ณ เมืองบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ แมลงสาปตัวแรกที่คว้าตำแหน่งแชมป์เปี้ยนไปครองมีชื่อว่า ซอฟท์ค็อกกี้ รายได้ทั้งหมดที่ได้รับมาจากการจัดงานแข่งขันนี้มอบให้แก่การกุศลทั้งหมด โดยมีกติกาการแข่งขันอยู่ว่า ผู้เข้าแข่งขันจะต้องจ่ายค่าสมัครและนำแมลงสาปมาเอง จะนำมาจากบ้านหรือจะมาซื้อหาเอาในงานก็ได้ไม่ว่ากัน เมื่อถึงเวลาแข่งก็จะนำแมลงสาปไปวางในกรงที่ตั้งอยู่กลางเวทีขนาด 6 เมตร หรือ 20 ฟุต ที่เตรียมไว้แล้ว เมื่อกรรมการสั่งเริ่มการแข่งขัน ประตูกรงจะถูกยกขึ้นเพื่อปล่อยแมลงสาปออกมา จุดประสงค์คือให้เจ้าปีเตอร์ทั้งหลายวิ่งเข้าหาขอบสนาม แมลงสาปของใครวิ่งได้ว่องไวที่สุดจนมาถึงเส้นชัยก่อน 3 ตัวแรกก็คว้าตำแหน่งผู้ชนะลำดับที่ 1, 2 และ 3 ไปครองได้เลย แต่ถ้าแมลงสาปตัวไหนเกิดขี้เกียจวิ่งขึ้นมาและใช้วิธีบินแทนเมื่อไหร่ละก็ มันจะถูกปรับแพ้ทันที การแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 14 รอบ เริ่มตั้งแต่ 12.00 – 16.30 น. ทั้งนี้ นอกจากการแข่งวิ่งแมลงสาปแล้วยังมีการประกวดชุดแฟนตาซีชนิดทีมและประกวดนางงามแมลงสาปอีกด้วย โดยมีเงินรางวัลจำนวนหนึ่งมอบสำหรับผู้ชนะ

แข่งร้องไห้

นานกว่า 400 ปีมาแล้วที่เกาะญี่ปุ่นเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ของบรรดาทารกผู้ไร้เดียงสา ขอออกตัวไว้ก่อนนะครับว่ากระผมไม่ได้พาคุณผู้อ่านออกนอกเส้นทางมาสู่เรื่องดราม่าอะไรทั้งสิ้น เรายังคงอยู่กับ “กีฬานี้คิดได้ไง” กันอย่างแน่นอน เพราะการแข่งขันในวันนี้ก็คือ การแข่งกันทำให้ทารกร้องไห้! ด้วยความเชื่อของชาวญี่ปุ่นที่ว่า “การที่เด็กทารกร้องไห้เสียงดังจะทำให้วิญญาณชั่วร้ายไม่กล้าเข้าใกล้ ทำให้เด็กมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง” การแข่งขันชนิดนี้จึงบังเกิดขึ้นสู่สายตาชาวโลก โดยการนำเด็กทารกอายุตั้งแต่ 6 – 18 เดือนจำนวนร้อยกว่าคนมารวมตัวกันที่ลานวัดอันเป็นสถานที่จัดงาน จากนั้นก็มอบหน้าที่ในการลงมือกลั่นแกล้งเบบี๋ทั้งหลายให้ร้องไห้แก่ซูโม่ร่างบึกจัดการชนิดตัวต่อตัวกันเลยทีเดียว เด็กคนไหนร้องได้ดังและนานที่สุดจะเป็นผู้ชนะการแข่งขันในครั้งนี้ แต่กติกาในแต่ละท้องที่นั้นก็อาจมีการปรับเปลี่ยนไปบ้าง บางที่กำหนดให้เด็กที่ร้องออกมาคนแรกเป็นผู้ชนะ แต่บางที่ก็ให้เด็กร้องออกมาคนแรก ๆ ตกรอบไปก็มี อย่าเพิ่งคิดไปว่าที่นี่เขากระทำทารุณกับเด็กทารกเพื่อให้พวกแกร้องไห้นะครับ เพราะถึงแม้ภาพลักษณ์ภายนอกของคุณซูโม่ทั้งหลายจะดูน่ากลัว แต่เขากลับโอบอุ้มเด็กน้อยแต่ละคนไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม อาศัยเพียงการส่งเสียงเย้าแหย่และทำหน้าแปลก ๆ เพื่อหลอกล่อให้เด็กขวัญผวาจนร้องไห้ออกมาเท่านั้นเองจริง ๆ ไม่มีการประทุษร้ายทางร่างกายประเภทหยิก กัด ตบ ตี อะไรทั้งสิ้น กีฬานี้คิดได้ไง?